หน้าเว็บ

หลังคาเมทัลชีท ( Metal Sheet )

Metal Sheet เป็นเหล็กที่นำมารีดลอนให้บาง ๆ เพื่อที่จะนำมาใช้กับหลังคาหรืออื่น ๆ เป็นที่นิยมกันมากในประเทศเพราะติดตั้งตั้งง่ายน้ำหนักเบากว่ากระเบื้องและไม่เป็นสนิมเหมือนหลังคาที่เป็นสังกังสี และอายุการใช้งานนาน และสามารถดัดเป็นรูป โค้งตามงาน Design ได้ และมีสีให้เลือกหลายสีตามที่ลูกค้าต้องการ Metal Sheet มีน้ำหนักเบา ทำให้ลดต้นทุนโครงสร้าง แข็งแรงทนทาน เมื่อนำมามุงหลังคาหรือ ทำสถานที่จอดรถ ก็ยังดูทันสมัย แล้วแต่จะนำไปใช้งาน ตามความเหมาะสม

ลอนเมทัลชีท (Metal Sheet Rib)

ลอนเหล็กรีดลอนเคลือบอลูซิงค์ พร้อมผิวเคลือบสีและอลูซิงค์ทางเราผลิตและจัดจำหน่าย ลอนหลังคาเมทัลขีท ที่มีลักษณะเฉพาะ มีรูปลอนสวยงาม ได้แนว ไม่บิดงอ เข้ากับโครงสร้างอาคาร ได้หลากหลายรูปแบบ เป็นลอนหลังคา ที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ ซึ่งหลายๆคน จะพบเห็นลอนเมทัลชีท ตามโรงงานและที่อยู่อาศัย
แผ่นเมทัลชีท ลอนมาตรฐาน

แผ่นเมทัลชีท ลอนมาตรฐาน

แผ่นเมทัลชีทถูกรีดลอนและเคลือบอลูซิงค์ ที่มีรูปลอนที่ถูกออกแบบให้ มีความกว้าง แผ่นหักซ้อนทับ ไม่ต่ำกว่า 760 มม. มี 5 สันลอน ความสูงลอน 24 มม. ท้องลอนมีสัน 2เส้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ของแผ่นหลังคาเหล็ก แผ่นลอนนี้จึงถูกเรียกว่า แผ่นเมทัลชีทลอนคู่
แผ่นเมทัลชีท ลอนยอดนิยม

แผ่นเมทัลชีท ลอนยอดนิยม

แผ่นเมทัลชีทรีดลอนและเคลือบอลูซิงค์ ที่มีรูปลอนที่ได้ถูกออกแบบให้ แผ่นมีความกว้าง แผ่นหักซ้อนทับไม่ต่ำกว่า 760 มม. มี 5 สันลอน ความสูงลอน 24 ม ท้องลอนมีสัน เพื่อช่วยเร่ง การไหลของน้ำที่บริเวณท้องลอน
แผ่นเมทัลชีท ลอนใหญ่

แผ่นเมทัลชีท ลอนใหญ่

แผ่นเมทัลชีทที่ถูกรีดลอนและเคลือบอลูซิงค์ ที่มีรูปลอนที่มีลอนมีขนาดใหญ่ แผ่นมีขนาดความกว้างแผ่น หักซ้อนทับไม่ต่ำกว่า 730มม. มี 5 สันลอน ความสูง 35 มม. เพื่อช่วยในการรับปริมาณน้ำได้มากขึ้น และป้องกัน การไหลเข้าข้างลอน

แผ่นเมทัลชีท ลอนสเปน

แผ่นเมทัลชีทที่ถูกรีดลอนและเคลือบอลูซิงค์ ที่มีรูปลอน โค้งมน เป็นรูปแบบที่ทำให้ดู มีความนุ่มนวล ขนาดความกว้างแผ่น หลังหักซ้อนทับไม่ต่ำกว่า 750 มม. มี 5 สั้นลอน ความสูงลอน 36 มม. เป็นลอนที่ี่ออกแบบ ให้มีการเหมือนกับ กระเบื้องหลังคา

ข้อดีของ หลังคาเมทัลชีท

1.  มีความแข็งแรงมากกว่า ขึ้นไปทำงานได้ไม่มีผลเสียหายแต่อย่างใดน้ำหนังน้อยกว่าประมาณ 5 กก./ตรม.
2.  มีความทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน
3.  มีสีให้เลือกมากกว่า 10 สี
4.  ความยาวได้ตลอดแผ่น ไม่มีรอยต่อ
5.  ใช้งานได้กับโครงสร้างเบา เพราะมีนน้ำหนักเบา
6.  ประหยัดโครงสร้างหลังคา ได้ถึง 25-30%
7.  ระยะห่างของแปของหลังคาได้ถึง 1.50 ม. ส่วนผนังระยะห่างของโคงเคร่าได้ถึง 1.80 ม.
8.  ทำหลังคาโค้งได้ทุกชนิดไม่มีข้อจำกัดในการออกแบบ
9.  สามารถทำ SLOPE ได้น้อยกว่า ประมาณ 3 องศา
10.  ราคาประหยัดถ้าออกแบบให้เหมาะกับหลังคา
11.  ไม่มีปัญหาเรื่องมลภาวะสิ่งแวดล้อม
12.  ติดตั้งได้รวดเร็ว

ขอบคุณข้อมูลจาก 
http://www.metalsheetdesign.com

แผ่นเกล็ดระบายอากาศ Metal Sheet


 
 



ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bkmetalsheet.com

คำปฏิญญาวิศวกร

คำปฏิญญาวิศวกร

I Am An Engineer  ข้าฯ คือ วิศวกร

1.ข้าฯ มีความภูมิใจอย่างยิ่งกับอาชีพของข้าฯ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะความอหังการ ข้าฯ มีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามโดยดุษฎี ซึ่งข้าฯเองก็กระหายใคร่จะปฏิบัติอยู่แล้ว

2.ในฐานะที่เป็นวิศวกร ข้าฯ จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะในงานที่สุจริตเท่านั้น ผู้ใดก็ตามที่มารับบริการจากข้าฯ ไม่ว่าจะเป็นผู้จ้าง หรือลูกค้าของข้าฯก็ตาม เขาย่อมได้รับบริการที่ดีที่สุด ด้วยความซื่อตรงเที่ยงธรรมอย่างที่สุด

3.เมื่อถึงคราวที่จำเป็น ข้าฯ จะทุ่มเทความรู้และทักษะของข้าฯให้แก่กิจการที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะอย่างเต็มกำลัง เพราะใครคนใดมีความสามารถพิเศษด้านใด เขาคนนั้นย่อมมีพันธกรณีที่จะต้องใช้ความสามารถด้านนั้นอย่างดี เพื่อประโยชน์แก่มวลมนุษย์ ข้าฯขอรับความท้าทายตามนัยนี้

4.ด้วยความมุ่งมั่นที่จะธำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิแห่งงานอาชีพของข้าฯ ข้าฯ จะพยายามปกป้องผลประโยชน์และชื่อเสียงของวิศวกรทุกคนที่ข้าฯ รู้ดีว่าสมควรจะได้รับความปกป้องคุ้มครอง พร้อมกันนี้ข้าฯ ก็จะไม่หลบเลี่ยงภาระหน้าที่ที่จะต้องเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับบุคคลใดก็ตามที่ได้กระทำผิดทำนองคลองธรรม ซึ่งก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีศักดิ์ศรีพอที่จะอยู่ในวงงานอาชีพวิศวกรรมได

5.ความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ได้เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ก็เพราะอัจฉริยภาพของบรรพชนในวงงานอาชีพของข้าฯ  ท่านเหล่านั้นได้นำทรัพยากรวัสดุและพลังงานมากมายในธรรมชาติ ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หลักการทางวิทยาศาสตร์และความรู้ทางเทคโนโลยีที่ได้พัฒนา และนำมาปฏิบัติตราบเท่าทุกวันนี้  ก็ล้วนแต่เป็นผลงานของบรรพชนทั้งหลายเหล่านั้น  ถ้าปราศจากมรกดตกทอดที่เป็นประสบการณ์สั่งสมเหล่านี้ ผลงานจากความเพียรพยายามข้องข้าฯ ก็คงจะต่ำต้อยด้อยคุณค่าลงไปมาก ข้าฯ จึงขออุทิศตนเพื่อการเผยแพร่ความรู้ทางวิศวกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแนะนำสั่งสอน ให้สมาชิกรุ่นหลังๆ ในวงงานอาชีพของข้าฯได้เรียนรู้ถึงศิลปะและขนบธรรมเนียมประเพณีทุกอย่างในงานอาชีพนี้ 

6.ข้าฯขอให้คำมั่นสัญญาต่อเพื่อนร่วมอาชีพของข้าฯ อย่างแข็งขัน เช่นเดียวกับที่ข้าฯ เรียกร้องจากพวกเขาว่า ข้าฯ จะดำรงไว้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริต และยุติธรรม ความอดทนและความเคารพต่อผู้อื่นอีกทั้งการอุทิศตนเพื่อมาตรฐานและศักดิ์ศรีแห่งอาชีพวิศวกรรมของเรา  ทั้งนี้ด้วยการระลึกอยู่เสมอว่าความเชี่ยวชาญพิเศษของพวกเราที่เป็นวิศวกรนั้น มีมาพร้อมกับพันธกรณีที่จะต้องรับใช้มนุษยชาติ ด้วยความจริงใจถึงที่สุด

กฎหมายเกี่ยวกับรถพ่วงสำหรับปิคอัพ


กฎหมายเกี่ยวกับรถพ่วงสำหรับปิคอัพ
รถพ่วงสำหรับปิคอัพ อยู่ใน พรบ. รถยนต์ปี พ.ศ.  2522 ( รย.  16 ) โดยมีข้อกำหนดที่สำคัญ ดังนี้
ข้อกำหนดขนาดและพิกัดบรรทุก
รถพ่วงไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเองและน้ำหนักลงบนเพลาล้อสมบูรณ์ในตัวเองความกว้างไม่เกิน 2.5 เมตร ความยาวไม่เกิน  8 เมตร มีความสูง ไม่เกิน 3.8 มตร
พิกัดน้ำหนักรวมสูงสุดไม่เกิน  3.50 ตันกลงบนเพลาล้อสมบูรณ์ในตัวเอง)ความกว้าง (เมตร) ไม่ข้อ

กำหนดอัตราภาษี
ภาษีปีละ  100  บาท    พรบ. 650  บาท
ข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ทางด่วน
รถพ่วงสำหรับปิคอัพที่จดทะเบียนถูกต้อง มีเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถพ่วงถูกต้องและครบถ้วนตามที่กำหนดใว้ในกฎกระทรวงฉบับบที่ 
22 ( 2537 )  สามารถใช้งานได้บนทางหลวงพิเศษ แต่มีข้อพึงระวังเกี่ยวกับเส้นทางเดินรถ ตาม พรบ.จราจรทางบกกำหนดว่า “ห้ามมิให้ผู้ขังขี่รถ ในลักษณะกีดขวางการจราจร
ข้อกำหนดใบอนุญาตขับขี่
เนื่องจากไม่มีกฎหมายบัญญัติบังคับให้ผู้ใช้รถพ่วงตาม พรบ. รถยนต์ ปี 2522  ( รย. 16 ) จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถพ่วงแต่การใช้งานจะต้องใช้ร่วมกับรถลากจูง ผู้ขับรถจึงต้องมีใบอนุญาตสำหรับรถที่ลากจูง

เกี่ยวกับผู้เขียน

ช่างชัย  วิศวกรติดดิน

การศึกษา 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ
KING MONGKUT'S UNIVERSITY OF TECHNOLOGY NORTH BANGKOK


 
 








สัญญาการก่อสร้าง


สัญญาจ้างก่อสร้างแบ่งได้ 4 ประเภทคือ

1. แบบรวมยอด Lump sum
2. แบบกำหนดวงเงินก่อสร้างสูงสุด Guarantee Upset Prices
3. แบบราคาต้นทุน บวก ค่าดำเนินการคงที่ Cost Plus Fix Fee
4. แบบบริหารงานก่อสร้าง Construction Management

    * ทั้งนี้สัญญาอาจจะเป็นแบบผสมระหว่าง 4 แบบตามความเหมาะสมของประเภทงานก่อสร้าง

โอเวอร์เฮดเครน OVER HEAD CRANE


โอเวอร์เฮดเครนคือ โครงสร้างคานที่รวมกับรอกมีการวิ่งของคานในแนวนอนไปตามรางทั้งสองข้างที่แยกออกจากกันมีความกว้าง ที่เรียกว่า SPAN  มักจะติดตั้งในอาคารโรงงาน มีส่วนประกอบหลักของเครนดังนี้ 

     A.รอกแบบไฟฟ้า หรือ เมนวล ที่วิ่งบนคานหรือใต้คานได้
     B.คานที่ให้รอกวิ่งบนคานหรือใต้คานได้ มีคานเดี่ยวและคานคู่แยกเป็นแบบวิ่งบนราง(TOP RUNING) และวิ่งใต้ราง(UNDER RUNNING) โดยคานเดี่ยวสามารถรับน้ำหนักได้จาก 125 กิโลกรัม ถึง 20000 กิโลกรัมและ  125 กิโลกรัม ถึง 10000 กิโลกรัมสำหรับ เครนแบบวิ่งใต้คาน ส่วนแบบคานคู่สามารถ รับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 500 กิโลกรัม ถึง 1,000,000 กิโลกรัมหรือเรียกว่า1000 ตัน ตัวคานสร้างขึ้นจากเหล็กรูปพรรณต่างๆ มีรูปแบบหลายแบบ เช่น รูปเอชบีม H-Beam Girder หรือไอบีม  I-Beam Girder และ 
กล่อง ( Box Girder )
     C.Endcarriage Saddle หรือ End Truck ภาษาไทยไม่รู้เรียกว่าอะไร เพราะไม่มีใครบัญญัติคำศัพท์ไว้ ส่วนตัวผมเรียกมันว่า อานเครน  หวังว่าคงจะมีคนเอาไปใช้นะครับ มีทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าและแบบไม่มีแยกออกเป็นแบบวิ่งบนราง (TOP RUNING) และใต้ราง (UNDER RUNNING)
    D. Runway เป็นรางเครนมีแบบสำหรับเครนวิ่งบนราง และ วิ่งใต้ราง แบบวิ่งบนจะใช้เหล็กรางรถไฟRAIL เป็นรางหรือ เหล็กสี่เหลี่ยมตัน SQARE BAR ยึดเข้ากับตัวคานรองรับที่อาจจะเป็นเหล็ก เอชบีม ไอบีม หรือ เหล็กกล่องประกอบ เป็นต้น

ขอบคุณรูปภาพจาก

 

จากรูปด้านบน คือ โอเวอร์เฮดเครนแบบคานเดี่ยว วิ่งบนราง 
มาดูส่วนประกอบเครนกันจากรูปด้านบน
1.คือรอกไฟฟ้า (electric Hoist) ในรูปเป็นรอกสลิงแบบวิ่งใต้คาน 
2.คาน (Girder) เป็นคานเดี่ยวแบบกล่องประกอบ  BOX GIRDER 
3.จากรูปมันเป็นเลข 4 อุปกรณ์ที่เป็นสีส้ม คือ อาน (End carriage หรือ End Truck )
4.เป็นเกียร์มอเตอร์สำหรับขับล้อที่อยู่กับอาน(End carriage)
5.เหมือนข้อ 4.
6.สวิตซ์กด ( Buton Switch )มีแบบ ยึดสายไฟ Pendant กับ รีโมท remote control 
7.Control Box
8.Stoper 
9.เหมือนข้อ 8.
10.รางสำหรับสายไฟ 
11.สายไฟสำหรับรอกไฟฟ้า
12.สายไฟสำหรับส่งไปที่ปุ่มกด





รวมรูปโอเวอร์เฮดเครนแบบต่างๆ
1.โอเวอร์เฮดเครนแบบคานคู่วิ่งบนราง


2.โอเวอร์เฮดเครนแบบคานเดี่ยววิ่งล่าง

3.โอเวอร์เฮดเครนแบบคานเดี่ยววิ่งบน

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือให้เสนอราคาสินค้า
E-MAIL : CHAI306@HOTMAIL.COM
หรือ Tel  : 083-5832903
เวลา 08.00 - 20.00 น. ทุกวัน
มีบริการให้คำแนะนำ ออกแบบ ประกอบ และ บริการติดตั้งทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ประกอบและจัดส่งหรือติดตั้งภายใน 30 วัน


รับเหมาออกแบบและติดตั้งเครนรันเวย์




รายละเอียดงานเครนและรันเวย์ที่ให้บริการ

รับงานออกแบบ เขียนแบบ ประกอบติดตั้ง งานขายเครน( CRANE )สำหรับอุตสาหกรรมและเครนสนามดังนี้
1. Over head crane  
    1.1 Manual Over head crane for Top runing type & Under runing type
         1.1.1 Plain Type 125 kg. - 500 kg.
         1.1.2 Gear Type 125 kg. - 5 Ton
    1.2 Electric Motorize Over head crane for Top runing type 
         1.2.1 Double girder 2 Ton - 30 Ton
         1.2.2 Single girder 125 kg. - 10 Ton
    1.3 1.2 Electric Motorize Over head crane for Under runing type 
         1.3.1 Single girder 125 kg. - 5 Ton
2. Jib crane
    2.1 Manual jib crane for Pillar type 50 kg. - 3 Ton
    2.2 Manual jib crane for Wall type 50 kg. - 2 Ton
    2.3 Manual jib crane for L- type 50 kg. - 2 Ton
3. Semi-Gantry crane
    3.1 Electric Motorize 500 kg. - 5 Ton
4. Gantry Crane
    4.1 Mobile gantry crane 125 kg. - 3Tton
    4.2 Electric Motorize Gntry crane 125 kg. - 5 Ton
5. Monorail  (50 kg. - 250 Ton )
     5.1 Stigth Monorail 50 kg. - 500 Ton.
     5.2 Oval Shape Monorail 50 kg. - 30 Ton.
6. Runway 125 kg. - 50 Ton.
     6.1 Top Runing Type For Over head crane , Semi-gantry crane and Gantry crane 125 kg. - 50 Ton
     6.2 Under Runing Type for Over head crane  125 kg. - 20 Ton

หมายเหตุ เครนออกแบบโดยใช้มาตรฐาน Japan Industrial Standard (JIS)
ยินดีบริการรับ เหมาแบบค่าแรง หรือ ตามที่ลูกค้าต้องการ เช่นทางบริษัทผมออกแบบประกอบติดตั้งเฉพาะตัวโครงสร้างเหล็ก แล้วลูกค้าซื้อรอกมาติดเอง หรือให้ทางผมบริการรับเหมาแบบเบ็ดเสร็จจนกว่าจะเสร็จงาน

รูปแบบการจ่ายเงิน
สำหรับเครนแบบ Jib Crane ,Mobile Gantry Crane ,Manual Over Head Crane  จ่ายเงินสดวันส่งมอบงาน
เครนแบบอื่นๆ ตามแต่การเจรจาและตกลง


รายละเอียดเพิ่มเติมหรือให้เสนอราคาสินค้า
E-MAIL : CHAI306@HOTMAIL.COM
หรือ Tel  : 083-5832903
มีบริการให้คำแนะนำ ออกแบบ ประกอบ และ บริการติดตั้งทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
เวลา 09.00 - 20.00 น. ทุกวัน
ประกอบและจัดส่งหรือติดตั้งภายใน 30 วัน

ขอบเขตการทำงานของวิศวกรโยธา


     ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่ละระดับ
สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. ๒๕๕๑
วิศวกรโยธาแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ภาคีวิศวกร สามัญวิศวกร วุฒิวิศวกร
ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา
ระดับภาคีวิศวกร

 งานออกแบบและคำนวณ
(ก) อาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๔ ชั้น หรือโครงสร้างของอาคารที่ชั้นใดชั้นหนึ่งมีความสูง
      ไม่เกิน ๕ เมตร หรืออาคารที่มีช่วงคานยาวทุกขนาด
(ข) คลังสินค้า ไซโล ห้องเย็น หรือยุ้งฉางที่มีความจุไม่เกิน ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร
(ค) โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นหอ ปล่อง หรือศาสนวัตถุ เช่น พระพุทธรูป หรือเจดีย์
      ที่มีความสูงไม่เกิน ๑๕ เมตร
(ง) นั่งร้านหรือค้ำยันชั่วคราวที่มีความสูงไม่เกิน ๒๕ เมตร
(จ) แบบหล่อคอนกรีตสำหรับเสาที่มีความสูงไม่เกิน ๕ เมตร หรือคานที่มีช่วงคานยาว
     ทุกขนาด
(ฉ) โครงสร้างใต้ดิน สิ่งก่อสร้างชั่วคราว กำแพงกันดิน คันดินป้องกันน้ำ หรือคลอง
      ส่งน้ำที่มีความสูงหรือความลึกไม่เกิน ๒.๕๐ เมตร
(ช) เขื่อน ฝาย อุโมงค์ ท่อระบายน้ำ หรือระบบชลประทานที่มีความสูงไม่เกิน
      ๒.๕๐ เมตร หรือมีความจุไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร หรือที่มีอัตราการไหลของน้ำไม่เกิน
      ๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
(ซ) โครงสร้างที่มีการกักของไหล เช่น ถังเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำมัน อุโมงค์ส่งน้ำ
      หรือสระว่ายน้ำที่มีความจุไม่เกิน ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร
(ฌ) ท่อส่งน้ำ ท่อระบายน้ำ หรือช่องระบายน้ำที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร
       หรือพื้นที่หน้าตัดไม่เกิน ๒.๐๐ ตารางเมตร และมีโครงสร้างรองรับ
(ญ) ระบบชลประทานที่มีพื้นที่ชลประทานไม่เกิน ๕,๐๐๐ ไร่ต่อโครงการ


งานควบคุมการสร้างหรือการผลิต
(ก) อาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๘ ชั้น
(ข) อาคารสาธารณะที่มีความสูงไม่เกิน ๘ ชั้น
(ค) คลังสินค้า ไซโล ห้องเย็น หรือยุ้งฉางทุกขนาด

(ง) โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นหอ ปล่อง ที่มีความสูงไม่เกิน ๔๐ เมตร หรือศาสนวัตถุ
เช่น พระพุทธรูป หรือเจดีย์ ที่มีความสูงไม่เกิน ๒๓ เมตร
(จ) โครงสร้างสะพานที่มีช่วงระหว่างศูนย์กลางตอม่อช่วงใดช่วงหนึ่งยาวไม่เกิน
๑๒ เมตร
(ฉ) ชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีตหล่อสำเร็จหรือคอนกรีตอัดแรงหล่อสำเร็จรูปทุกชนิด
ที่มีความยาวทุกขนาด
(ช) เสาเข็มคอนกรีตทุกขนาด
(ซ) นั่งร้านหรือค้ำยันชั่วคราวที่มีความสูงไม่เกิน ๔๒ เมตร
(ฌ) โครงสร้างใต้ดิน สิ่งก่อสร้างชั่วคราว กำแพงกันดิน คันดินป้องกันน้ำ หรือคลอง
ส่งน้ำที่มีความสูงหรือความลึกไม่เกิน ๒.๕ เมตร
(ญ) ทางสาธารณะทุกขนาด
(ฎ) เขื่อน ฝาย อุโมงค์ ท่อระบายน้ำ หรือระบบชลประทาน ทุกขนาด
(ฏ) โครงสร้างที่มีการกักของไหล เช่น ถังเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำมัน อุโมงค์ส่งน้ำ
หรือสระว่ายน้ำทุกขนาด
(ฐ) ท่อส่งน้ำ ท่อระบายน้ำ หรือช่องระบายน้ำทุกขนาด และมีโครงสร้างรองรับ
(ฑ) ระบบชลประทานทุกขนาด
(ฒ) ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย มีความสูงจากพื้นดินไม่เกิน
๒๓ เมตร หรือป้าย หรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่มีพื้นที่ไม่เกิน ๕๐ ตารางเมตร
ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคา ดาดฟ้า หรือกันสาด หรือที่ติดกับส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร
(ณ) อัฒจันทร์ที่มีพื้นที่ไม่เกิน ๑,๕๐๐ ตารางเมตร
(ด) โครงสร้างสำหรับใช้ในการรับส่งหรือติดตั้งอุปกรณ์รับส่งวิทยุหรือโทรทัศน์
ที่มีความสูงจากระดับฐานของโครงสร้างไม่เกิน ๕๐ เมตร    

งานพิจารณาตรวจสอบ หรืองานอำนวยการใช้ ทุกประเภทและทุกขนาด
 


ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา
ระดับสามัญวิศวกร ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ได้เฉพาะงานวางโครงการ
งานออกแบบและคำนวณ งานควบคุมการสร้างหรือการผลิต งานพิจารณาตรวจสอบ หรืองาน
อำนวยการใช้ ทุกประเภทและทุกขนาด

ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา
ระดับวุฒิวิศวกร ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ได้ทุกงาน ทุกประเภทและทุกขนาด





วิศวกรรมโยธา [Civil Engineering] คืออะไร


วิศวกรรมโยธาคืออะไร

วิศวกรรม โยธาเป็นศาสตร์ทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เดิม และการสร้างและใช้สิ่งก่อสร้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมมนุษย์ โดยจะรวมขั้นตอนการออกแบบ การวิเคราะห์ การก่อสร้างหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง การจัดการ และการบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างหรือสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เดิม งานทางด้านวิศวกรรมโยธามีตัวอย่างเช่น งานออกแบบก่อสร้างและบำรุงรักษาอาคารสูง บ้าน สะพาน เส้นทางรถไฟฟ้า สนามบิน ท่าเรือ เขื่อน ถนน เป็นต้น

วิศวกรรมโยธาเรียนเกี่ยวกับอะไร

ใน ระดับปริญญาตรี นักศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมโยธาจะเรียนเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างทางโยธาในหลาย รูปแบบ เช่น อาคาร สะพาน สนามบิน ท่าเรือ เขื่อน ถนน สัญญาณไฟจราจร เป็นต้น โดยจะเรียนตั้งแต่การตรวจสอบว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งก่อสร้างเหล่า นี้หรือไม่ และจะเรียนวิธีวิเคราะห์และออกแบบสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ซึ่งจะรวมไปถึงสิ่งแวดล้อมรอบๆ สิ่งก่อสร้างด้วย นอกจากนี้ นักศึกษาจะได้เรียนเกี่ยวกับการจัดการ การดำเนินการ และการบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ด้วย

ผู้ที่จะเข้าศึกษาต้องมีพื้นฐานอะไรบ้าง

ผู้ที่จะเข้าศึกษาควรมีความรู้พื้นฐานทางด้านฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ ที่ดีพอสมควร

เรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง

ผู้ ที่สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สามารถเลือกทำงานในสายงานด้านวิศวกรรมโยธาที่แตกต่างกันมากมาย เนื่องจากสาขาวิชาวิศวกรรมโยธาเป็นสาขาที่ค่อนข้างกว้าง โดยอาจจะทำงานเป็นวิศวกรออกแบบ ซึ่งทำหน้าที่ออกแบบโครงสร้างและสิ่งก่อสร้างทางโยธาชนิดต่างๆ หรืออาจจะทำงานเป็นวิศวกรก่อสร้าง ซึ่งทำหน้าที่ก่อสร้างสิ่งก่อสร้างทางโยธาตามแบบที่วิศวกรออกแบบได้ทำมา หรืออาจจะทำงานเป็นวิศวกรโครงการ ซึ่งทำหน้าที่จัดการโครงการทางวิศวกรรมโยธา

เรียนจบแล้วสามารถทำงานที่ไหนได้บ้าง

ผู้ ที่สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สามารถทำงานในบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา บริษัทก่อสร้าง บริษัทผลิตวัสดุและผลิตภัณท์ทางโยธาเช่น ปูนซิเมนต์ เหล็ก พื้นสำเร็จรูป เสาเข็ม เป็นต้น ซึ่งบริษัทเหล่านี้ มีทั้งที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ บริษัทข้ามชาติ และบริษัทขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังสามารถทำงานในองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนา เช่น องค์การสหประชาชาติ เป็นต้น

เรียนต่อด้านไหนได้บ้าง

ผู้ ที่สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สามารถเรียนต่อในสาขาย่อยทางวิศวกรรมโยธาซึ่งเป็นการเรียนไปในทางลึก เช่น อาจจะเรียนต่อในสาขาเฉพาะทางด้านอาคารสูง สะพาน วัสดุก่อสร้าง หรือ การจราจรและขนส่ง เป็นต้น หรืออาจจะเรียนต่อในทางกว้าง เช่น เรียนต่อในด้านการบริหาร เพื่อที่จะมาบริหารงานทางด้านวิศวกรรมโยธา ก็ได้
                                                                                                                ขอบคุณสำหรับข้อมูลจาก http://www.siit.tu.ac.th






วิศวกรรมโยธา ( civil engineering) เป็นศาสตร์ของสาขาหนึ่งในทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ครอบคลุมการก่อสร้างตึก ตึกระฟ้าอาคาร สะพาน ถนน และระบบขนส่งอื่น ๆ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น เขื่อน คลอง ตลอดจนการทำรังวัดในงานสำรวจและแผนที่ รวมไปถึงการวิเคราะห์ทางธรณีและชลศาสตร์ และ การบริหารจัดการการก่อสร้าง งานในทางด้านวิศวกรรมจะเน้นทางด้านการใช้วัสดุและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ สูงสุด ผู้ที่ประกอบวิชาชีพในสาขานี้เรียกว่า วิศวกรโยธา หรือเรียกกันว่า นายช่าง ในการทำงานในประเทศไทย ผู้ที่ประกอบวิชาชีพจะขึ้นทะเบียนกับสภาวิศวกรเพื่อรับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (กว.) โดยมีการจัดสอบระบบใหม่เริ่มต้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2552 ด้วยระบบสุ่มข้อสอบทั้งหมดผ่านระบบคอมพิวเตอร์ (เฉพาะระดับ "ภาคีวิศวกร")
การศึกษาทางด้านวิศวกรรมโยธานั้นนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนี่องจาก การ พัฒนาทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นมีความก้าวหน้าสามารถเรียกได้ว่าเป็น การพัฒนาแบบก้าวกระโดดซึ่งมีผลโดยตรงกับการศึกษาทางด้านวิศวกรรมโยธาเช่นกัน ดังนั้นสถาบันการศึกษาหลายๆสถาบันจึงได้มีการปรับปรุงแผนการเรียนการสอนทาง ด้านวิศวกรรมโยธาให้มีความทันสมัยเพื่อผลิตบุคลากรทางด้านวิศวกรรมโยธา หรือที่เรียกกันว่า “วิศวกรโยธา” ที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น
วิศวกรรมโยธาเป็นสาขาวิศวกรรมที่เก่าแก่ที่สุด โดยตอบสนองความต้องการของสังคม


สาขาย่อย


ตัวอย่างแผนที่ใช้ในการแบ่งโซนอาศัย สร้างโดยใช้ระบบ จีไอเอส (GIS) โดยโปรแกรม ชื่ออาร์คจีไอเอส (ArcGIS)
วิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Engineering) 
ศึกษา เกี่ยวกับการออกแบบและคำนวณ สิ่งก่อสร้าง การศึกษาในสาขานี้จะเน้นในทางด้านงานคำนวณวิเคราะห์ ออกแบบโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง และแรงต้านทานของวัสดุ เพื่อหาวัสดุและขนาดของวัสดุที่เหมาะสมกับงานนั้นๆ งานที่เกี่ยวข้องได้แก่ การก่อสร้างอาคาร เขื่อนหรือสะพาน เป็นต้น
วิศวกรรมก่อสร้างและการจัดการ (Construction Engineering and Management) 
ศึกษา เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารเป็นหลัก โดยเน้นศึกษาทางด้านระบบการสร้างอาคาร การวางแผนงาน การประเมินราคาค่าก่อสร้าง นอกจากนี้ ในบางสถาบันจะมีการสอนเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และระบบสุขาภิบาลภายในอาคาร
วิศวกรรมขนส่ง (Transportation Engineering) 
ศึกษา แยกเป็น 2 สาขาหลักคือระบบและวัสดุ โดยงานทางด้านระบบจะเน้นทางด้านการวางผัง การจราจร และการจัดการทางด้านงานจราจร โดยทำการศึกษาถึงประโยชน์และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างระบบถนน สำหรับงานทางด้านวัสดุจะเน้นในการศึกษาวัสดุในการทำถนน ได้แก่คอนกรีตและยางมะตอย เป็นหลัก โดยศึกษาถึงกรรมวิธีในการสร้างถนนและปรับปรุงถนน
วิศวกรรมเทคนิคธรณี (Geotechnical engineering) 
ศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติทางด้านฟิสิกส์และวิศวกรรมของดิน เพื่อการวิเคราะห์ ออกแบบ และแก้ปัญหาด้านวิศวกรรมโยธา
วิศวกรรมธรณี (Geological engineering) 
ศึกษา เกี่ยวกับคุณสมบัติทางด้านฟิสิกส์ วิศวกรรมของหิน และธรณีวิทยาประยุกต์ เพื่อการวิเคราะห์ ออกแบบ และแก้ปัญหาด้านวิศวกรรมโยธาและเหมืองแร่
วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (Environmental Engineering) 
ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการระบบสิ่งแวดล้อมในน้ำและในอากาศ การปรับปรุงคุณภาพของของเสีย
วิศวกรรมแหล่งน้ำ (Water Resource engineering) 
ศึกษาเกี่ยวกับงานทางด้านแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำฝน และระบบการระบายน้ำ รวมทั้งการก่อสร้างคู คลอง และแม่น้ำ
วิศวกรรมสำรวจ (Survey Engineering) 
ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการทำรังวัดและงานทางด้านสำรวจ สำหรับใช้ในทางด้านแผนที่ รวมถึงการศึกษาทางด้าน จีพีเอส (GPS) และ ภูมิสารสนเทศ (Geoinformatics หรือ Geographic information system;GIS)
                                                                                                                             จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี